วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560











“อุทยานธรณีสตูล”  ตั้งอยู่ทางภาคใต้ของประเทศไทย ครอบคลุม
 4 อำเภอของจังหวัดสตูล คือ ทุ่งหว้า มะนัง ละงู และอำเภอเมือง 
ลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาหินปูน มีเกาะน้อยใหญ่  และ
ชายหาดที่สวยงาม นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสกับธรรมชาติ
อันบริสุทธิ์ ความรุ่มรวยทางประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตผู้คนที่ผูก
พันกับพื้นที่แห่งนี้
            ผืนดินแห่งนี้ เป็นบันทึกหลักฐานของโลกใต้ทะเลเมื่อ 500 
ล้านปีก่อน ที่อุดมไปด้วยสิ่งมีชีวิตยุคเก่า เกิดเป็นแหล่งสร้างออกซิเจน
ให้กับโลกในช่วงเวลานั้น ต่อมามีการยกตัวของเปลือกโลกก่อเกิดเป็น
เทือกเขา และถ้ำ ซึ่งได้กลายเป็นบ้านหลังแรกของมนุษย์โบราณ
ปัจจุบันผู้คนก็ยังดำรงชีวิตโดยใช้ประโยชน์จากทรัพยากรของแผ่นดิน
นี้อยู่ และก่อเกิดเป็นวัฒนธรรมประเพณีที่มีเอกลักษณ์
           ด้วยความโดดเด่นทางธรณีวิทยา ภูมิประเทศและธรรมชาติ
ของอุทยานธรณีสตูล ก่อให้เกิดกิจกรรมการท่องเที่ยวทางธรรมชาติ
หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวแนวผจญภัย เช่น
 ล่องแก่ง ดำน้ำ เที่ยวถ้ำ การท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจที่น้ำตก 
ชายหาด รวมถึงเลือกซื้อของฝากผลิตภัณฑ์ชุมชน และสัมผัส
วัฒนธรรมท้องถิ่นที่หลากหลาย

แนวทางในการจัดตั้งเป็นอุทยานธรณีโลก


๑. อุทยานธรณีโลกของยูเนสโก (UNESCO Globat Geoparks)
 เป็นโครงการด้านการอนุรักษ์มรดกทางธรณีวิทยา โบราณคดี 
นิเวศวิทยา และวัฒนธรรม ขององค์การการศึกษา
วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติหรือยูเนสโก
 (United Nations Educational, Scientific and Cultural 
Organization : UNESCO) อุทยานธรณีโลกเป็นขอบเขตพื้นที่
ที่ประกอบด้วยแหล่งที่มีคุณค่าด้านธรณีวิทยา โบราณคดี 
นิเวศวิทยา และวัฒนธรรม มีการบริหารจัดการแบบองค์รวมระหว่าง
การอนุรักษ์ การให้ความรู้ การศึกษาวิจัย และการพัฒนาสังคมและ
เศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ส่งเสริมและเปิดโอกาสให้ชุมชนท้องถิ่นมีส่วน
ร่วมในการบริหารจัดการตั้งแต่เริ่มต้นกระบวนการ เชื่อมโยง
ความสำคัญของมรดกทางธรณีวิทยาผ่านการท่องเที่ยวเชิงธรณีวิทยา 
ปัจจุบันทั่วโลกมีอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก จำนวนทั้งสิ้น 120 แห่ง
 ใน 33 ประเทศ โดยภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีอุทยานธรณี
ธรณีโลกของยูเนสโกแล้ว จำนวน 4 แห่ง ใน 3 ประเทศ
 ประกอบด้วย ประเทศสหพันธรัฐมาเลเซีย 1 แห่ง สาธารณรัฐ
สังคมนิยมเวียดนาม 1 แห่ง และสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ๒ แห่ง
๒. จังหวัดสตูลได้ดำเนินการตามแนวทางของกรม
ทรัพยากรธรณีในการจัดตั้งอุทยานธรณีตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๔
 เป็นต้นมา โดยกำหนดพื้นที่อุทยานธรณี ตั้งหน่วยงานบริหาร
จัดการ จัดทำแผนบริหารจัดการ และดำเนินการตามแผนฯ โดย
ได้ประกาศจัดตั้งอุทยานธรณีสตูล (Satun Geopark) เมื่อวันที่ 
๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๗

๓. ประโยชน์ของการเป็นสมาชิกของอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก : 
เป็นการส่งเสริมให้เกิดการอนุรักษ์ผ่านการท่องเที่ยวเชิงธรณีวิทยาซึ่ง
เป็นนวัตกรรมใหม่ของการอนุรักษ์และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน 
ทำให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติเพิ่มมากขึ้นทั้งใน
ด้านคุณค่าของแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ และด้านการท่องเที่ยว
ซึ่งจะดึงดูดนักท่องเที่ยวนำรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่นและประเทศ 
ประชากรในพื้นที่มีงานทำ มีรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ประชากร
ในพื้นที่เกิดจิตสำนึกในการอนุรักษ์และหวงแหน ส่งผลให้ทรัพยากร
ธรรมชาติที่มีคุณค่าได้รับการปกป้องคุ้มครองอย่างยั่งยืน 
เกิดเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางธรณี
วิทยาอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งศึกษา วิจัย ของนัก
วิชาการทั้งในและต่างประเทศอีกด้วย

ครม.เห็นชอบ เสนอ "อุทยานธรณีสตูล" เป็นสมาชิกอุทยานธรณีโลก
           วันที่ 8 พ.ย. 2559 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็น
ชอบเสนอให้อุทยานธรณีสตูลเป็นสมาชิกอุทยานธรณีโลกของ
ยูเนสโก (UNESCO Globat Geoparks) ตามที่กระทรวงทรัพยากร
รธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เสนอ ดังนี้
1.เห็นชอบให้เสนออุทยานธรณีสตูลเป็นสมาชิกอุทยานธรณีโลก
ของยูเนสโก (UNESCO Globat Geoparks)
2.มอบหมายให้คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษาวิทยาศาสตร์
และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) กระทรวงศึกษาธิการ 
ดำเนินการเสนออุทยานธรณีสูตลเป็นสมาชิกธรณีโลกของยูเนสโกต่อ
สำนักเลขาธิการยูเนสโก ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส
โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รายงานว่า อุทยานธรณี
โลกของยูเนสโก  (UNESCO Globat Geoparks) เป็นโครงการด้าน
การอนุรักษ์มรดกทางธรณีวิทยา โบราณคดี นิเวศวิทยา และวัฒนธรรม
 ขององค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ 
หรือยูเนสโก (United Nations  Educational, Scientific and  
Cultural Organization : UNESCO) อุทยานธรณีโลกเป็นขอบเขต
พื้นที่ที่ประกอบด้วยแหล่งที่มีคุณค่าด้านธรณีวิทยา โบราณคดี นิเวศวิทยา
 และวัฒนธรรม มีการบริหารจัดการแบบองค์รวมระหว่างการอนุรักษ์
 การให้ความรู้ การศึกษาวิจัย  และการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจ
อย่างยั่งยืน  ส่งเสริมและเปิดโอกาสให้ชุมชนท้องถิ่นมีส่วนร่วมใน
การบริหารจัดการตั้งแต่เริ่มต้นกระบวนการ เชื่อมโยงความสำคัญ
ของมรดกทางธรณีวิทยาผ่านการท่องเที่ยวเชิงธรณีวิทยา
 
ปัจจุบันทั่วโลกมีอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก จำนวนทั้งสิ้น 120 แห่ง

 ใน 33 ประเทศ โดยภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีอุทยานธรณีธรณี
โลกของยูเนสโกแล้ว จำนวน 4 แห่ง ใน 3 ประเทศ ประกอบด้วย 
ประเทศสหพันธรัฐมาเลเซีย 1 แห่ง สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม 1 แห่ง
 และสาธารณรัฐอินโดนีเซีย 2 แห่ง 

       อุทยานธรณีสตูล  ได้รับการประกาศเป็นอุทยานธรณีระดับประเทศ
ในเดือนพฤศจิกายน ปี 2559 อุทยานธรณี  สตูลครอบคลุมพื้นที่ 2,597.21
 ตารางกิโลเมตร  เป็นพื้นที่ที่มีความโดดด่นทางธรณีวิทยาระดับสากล
และได้รับการบริหารจัดการโดยใช้กรอบแนวคิดการอนุรักษ์ธรณีวิทยา 
การให้ความรู้ และการพัฒนาอย่างยั่งยืน อุทยานธรณีสตูลอาศัยมรดกทางธรณี
 เป็นสื่อกลางเชื่อมโยงมรดกทางธรรมชาติ มรดกทางวัฒธรรม และวิถีชิวิต
 เพื่อสร้างความเข้าใจและความตระหนักถึงคุณค่าความสำคัญของแผ่นดินที่
ราอาศัยอยู่
ตราสัญลักษณ์        
         อุทยานธรณีประเทศไทย และ ตราสัญลักษณ์อุทยานธรณีสตูล












อ้างอิง  www.satun-geopark.com/เกี่ยวกับอุทยานธรณีสตูล
                www.khoratfossil.org/geopark







5 ความคิดเห็น: